ว่าด้วยเหตุเกิดของกรรม ๓ อย่าง
ว่าด้วยเหตุเกิดของกรรม ๓ อย่าง
ภิกษุทั้งหลาย ! เหตุทั้งหลาย ๓ ประการเหล่านี้มีอยู่ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกรรมทั้งหลาย.
๓ ประการเหล่าไหนเล่า ? ๓ ประการ คือ :-
โลภะ (ความโลภ) เป็นเหตุเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกรรมทั้งหลาย,
โทสะ (ความคิดประทุษร้าย) เป็นเหตุเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกรรมทั้งหลาย,
โมหะ (ความหลง) เป็นเหตุเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกรรมทั้งหลาย.
ภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือนเมล็ดพืชทั้งหลาย ที่ไม่แตกหัก ที่ไม่เน่า ที่ไม่ถูกทำลายด้วยลมและแดด เลือกเอาแต่เม็ดดี เก็บงำไว้ดี อันบุคคลหว่านไปแล้วในพื้นที่ซึ่งมีปริกรรมอันกระทำดีแล้วในเนื้อนาดี.
อนึ่ง สายฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมล็ดพืชทั้งหลายเหล่านั้น จะพึงถึงซึ่งความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์โดยแน่นอน, ฉันใด;
ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนี้ก็ฉันนั้น คือ
กรรมอันบุคคลกระทำแล้วด้วยโลภะ เกิดจากโลภะ มีโลภะเป็นเหตุ มีโลภะเป็นสมุทัย อันใด;
กรรมอันนั้น ย่อมให้ผลในขันธ์ทั้งหลาย อันเป็นที่บังเกิดแก่อัตตภาพของบุคคลนั้น.
กรรมนั้นให้ผลในอัตตภาพใด เขาย่อมเสวยวิบากแห่งกรรมนั้นในอัตตภาพนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นไปอย่างในทิฏฐธรรม (คือทันควัน) หรือว่า เป็นไปอย่างในอุปปัชชะ (คือในเวลาต่อมา) หรือว่า เป็นไปอย่างในอปรปริยายะ (คือในเวลาต่อมาอีก) ก็ตาม.
กรรมอันบุคคลกระทำแล้วด้วยโทสะ เกิดจากโทสะ มีโทสะเป็นเหตุ มีโทสะเป็นสมุทัย อันใด;
กรรมอันนั้น ย่อมให้ผลในขันธ์ทั้งหลาย อันเป็นที่บังเกิดแก่อัตตภาพของบุคคลนั้น.
กรรมนั้นให้ผลในอัตตภาพใด เขาย่อมเสวยวิบากแห่งกรรมนั้นในอัตตภาพนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นไปอย่างในทิฏฐธรรม หรือว่า เป็นไปอย่างในอุปปัชชะ หรือว่า เป็นไปอย่างในอปรปริยายะ ก็ตาม.
กรรมอันบุคคลกระทำแล้วด้วยโมหะ เกิดจากโมหะ มีโมหะเป็นเหตุ มีโมหะเป็นสมุทัย อันใด;
กรรมอันนั้น ย่อมให้ผลในขันธ์ทั้งหลาย อันเป็นที่บังเกิดแก่อัตตภาพของบุคคลนั้น.
กรรมนั้นให้ผลในอัตตภาพใด เขาย่อมเสวยวิบากแห่งกรรมนั้นในอัตตภาพนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นไปอย่างในทิฏฐธรรม หรือว่า เป็นไปอย่างในอุปปัชชะ หรือว่า เป็นไปอย่างในอปรปริยายะ ก็ตาม.
ภิกษุทั้งหลาย ! เหตุทั้งหลาย ๓ ประการ เหล่านี้แล เป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกรรมทั้งหลาย.
-บาลี ติก. อํ. ๒๐/๑๗๑/๔๗๓.
พุทธวจน แก้กรรม หน้าที่ ๖

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น